ดอกเบี้ยบัตรเครดิต กับดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด

ในปัจจุบันมีผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดอยู่จำนวนไม่น้อย บางคนถือเพียงบัตรชนิดใดชนิดหนึ่ง บางคนก็ถือทั้ง 2ชนิดเลย ส่วนบางคนก็กำลังจะตัดสินใจจะทำบัตรอยู่ แต่ก็ยังลังเลระหว่างบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดดี สิ่งที่คนส่วนใหญ่พิจารณาก็คือ อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตกับดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด วันนี้เราจึงขอนำเสนอความแตกต่างหลักๆของทั้ง 2 บัตรนี้ให้ได้รู้กัน จะได้ช่วยในการตัดสินใจให้ง่ายขึ้น มีรายละเอียดอะไรบ้างมาดูกัน

การสมัคร

ผู้จะสมัครบัตรเครดิตจะต้องมีฐานเงินเดือน 15,000 บาท ขึ้นไป ส่วนบัตรกดเงินสด ผู้สมัครอาจมีฐานเงินเดือนที่ต่ำกว่า 15,000 บาทได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหรือนโยบายของแต่ละที่

การใช้งาน

บัตรเครดิตสามารถใช้รูดซื้อได้ทันที และยังสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้ด้วยแต่จะมีค่าธรรมเนียม 3 % ติดมาด้วย แต่สำหรับบัตรกดเงินสดนั้น ไม่สามารถรูดซื้อได้ จะใช้ได้เพียงกดเงินสดจากตู้ ATM เท่านั้น

วงเงินในการอนุมัติ

บัตรเครดิตจะมีวงเงินที่ 2 – 5 เท่าของฐานเงินเดือน ส่วนบัตรเงินสดจะมีวงเงินที่อนุมัติสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของฐานเงินเดือน เรียกได้ว่าบัตรเงินสดมีการอนุมัติวงเงินที่สูงกว่าบัตรเครดิต

อัตราขั้นต่ำในการชำระ

บัตรเครดิตจะอยู่ที่ 10 % ส่วนบัตรกดเงินสดอยู่ที่ 5 %

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตกับดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด

มาถึงไฮไลท์ของงานนั่นคือ อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตกับดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด บัตรเครดิตส่วนใหญ่แล้วจะมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ 18 – 20 % ต่อปี (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละที่) ส่วนบัตรกดเงินสดจะมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ 20 – 28 % ต่อปี (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละที่) จะเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตกับดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดนั้นต่างกันมากพอสมควรทีเดียว ดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดมีอัตราที่สูงกว่าบัตรเครดิต แต่ถ้าบัตรเงินสดไม่มีการใช้ก็จะไม่คิดค่าธรรมเนียม

มีหลายคนที่มีบัตรทั้งสองแบบ และก็รู้ว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตกับดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด มีความแตกต่างกันแต่รู้ไม่กระจ่างทั้งหมด จึงใช้บัตรเครดิตอย่างเดียวมาโดยตลอด เก็บบัตรกดเงินสดไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แต่พฤติกรรมการใช้เงินที่ประมาทก็ก่อให้เกิดเป็นหนี้บัตรเครดิต เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจึงคิดว่าน่าจะนำเงินจากบัตรกดเงินสดไปทบชำระหนี้บัตรเครดิตแทน ซึ่งความคิดนี้ไม่ถูกต้องนัก เพราะถ้าพิจารณาดอกเบี้ยบัตรเครดิตกับดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วก็จะพบว่าไม่คุ้มค่า

ดังนั้นสิ่งที่คุณจะต้องคำนึงก่อนการทำบัตรใดๆก็ตาม คือ คุณมีการบริหารการใช้จ่ายที่ดีหรือไม่ หากคุณวางแผนไว้อย่างดีและสามารถทำได้ตามแผน คุณอาจจะไม่ต้องทำบัตรใดๆเลยก็ได้