วางแผนการเงิน…สบายกระเป๋าตลอดปี

ในยุคสมัยนี้อะไรๆก็แพงไปหมด   เมื่อสามสิบปีก่อน ก๋วยเตี๋ยวชามละ 1 บาท แต่เดี๋ยวนี้ ชามล่ะ 30-60 บาทแล้ว   จะใช้จ่ายอะไรก็ต้องประหยัดกันได้ก็ควรจะประหยัดกัน   ทางรัฐบาลและเอกชนก็มีการรณรงค์ส่งเสริมการออม และการประหยัด   ในรูปแบบของ โฆษณา   คำขวัญวันเด็ก “ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์   มีวินัย”   สมุดบันทึกรายรับรายจ่ายและการแจกกระปุกออมสิน   เพื่อส่งเสริมรักการออมตั้งแต่ยังเด็ก   เพื่อจะได้มีเงินเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยทำการออมเงินมาก่อน   คุณอาจเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เพื่อจัดสรรเงินให้เป็นระบบ     เพื่อนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่คุณต้องการหรือใช้ยามฉุกเฉิน   บทความนี้ของยกตัวอย่างการวางแผนการเงินของมนุษย์คนหนึ่ง   นายเอเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งที่มีรายได้ประจำ   สิ่งที่ได้เอต้องการคือการวางแผนการเงิน เพื่อให้สบายกระเป๋าตลอดปี   เพราะค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนของนายเอ ก็เยอะพอสมควร บางเดือนก็พอใช้บ้าง ไม่พอใช้บ้าง   สิ่งที่นายเอควรทำคือ

  1. แจกแจงรายรับ-รายจ่าย

อันดับแรกนายเอต้องแจกแจงรายรับ-รายจ่ายออกมาก่อน   ว่าแต่ละเดือนต้องใช้เท่าไรและเก็บเท่าไร

รายรับ

1.1   เงินเดือนที่ได้รับทุกเดือนที่แน่นอน   20,000 บาท

1.2   ค่าสวัสดิการอื่นๆ ที่แน่นอนทุกเดือนละ 1,000 บาท

1.3     ค่าใช้จ่ายที่ไม่แน่นอนเช่น ค่าเบี้ยขยัน ค่าโอที ตกเดือนล่ะ 1,000-7,000 บาทแล้วแต่โอกาส

1.4   โบนัสเป็นเงินก้อนโตที่ได้รับทุกปี   แต่จำนวนเงินแล้วแต่ผลประกอบการของบริษัท 70,000-100,000 บาท

รายจ่าย

1.5   ค่าเช่าบ้าน 3,000 บาท   ที่ต้องจ่ายทุกเดือน

1.6   ค่าผ่อนรถ 8,000 บาท ค่าน้ำมันเฉลี่ย 3000 บาท ที่ต้องจ่ายทุกเดือน และค่าประกันรถ 15,000 ต่อปี

1.7   ให้พ่อแม่ 5,000 บาท ที่ต้องจ่ายทุกเดือน

1.8   ค่ากินและค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ เฉลี่ย 5,000 บาท   ต่อเดือน

 

  1. กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน

อันดับแรกนายเอต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่าแต่ละเดือนนายเอต้องมีรายได้ประมาณเท่าไร โดยดูจากรายจ่ายที่กล่าวมาข้างต้น

ค่าใช้จ่ายต่อเดือน ;   3,000 + 8,000 + 3,000 + 5,000 + 5,000 บาท = 24,000 บาท

ค่าใช้จ่ายต่อปี ;   15,000 บาท   นำมาเฉลี่ยต่อเดือน = 15,000 / 12 = 1,250 บาท

นายเอจะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนเฉลี่ย   25,250 บาท แสดงว่านายเอต้องกำหนดเป้าหมายว่าต้องทำงานให้ได้รายรับมากกว่า 25,250 บาท เงินที่เกินมาและโบนัสอาจจะนำไปเป็นเงินเก็บไว้ใช้ในยากฉุกเฉินเพื่อเอาไว้ใช้ในอนาคต หรือโปรเจ็คชิ้นใหญ่ของเรา

  1. จัดสรรคเงิน

แยกบัญชีรายจ่ายกับเงินออมออกจากกัน   บัญชีเงินที่ต้องจ่ายทุกเดือนอาจจะเป็นบัญชีเดียวกับบัญชีเงินเดือนก็ได้  และอีกบัญชีเป็นบัญชีเงินเก็บและเงินที่ต้องจ่ายปีครั้ง   เงินเก็บอาจจะเก็บ 1,000 -3,000 ต่อเดือน   ให้พอกับกำลังที่พอทำได้ไม่ลำบากเกินไป

ถ้านายเอและทุกคนทำได้ตามนี้ ทุกๆเดือน   ก็ไม่ต้องกังวลว่าเดือนละเดือนจะไม่พอใช้อีกต่อไป   การวางการเงินนี้สามารถนำไปประยุกต์ให้ได้ทุกสายอาชีพ   ขอให้เรามีความตั้งใจที่จะทำ   ทุกอย่างยอมเป็นไปตามหวัง…..